ย้อนรอยเกม UCL 2018 : ลิเวอร์พูล 3-0 แมนฯ ซิตี้

ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 8 ทีมสุดท้าย) นัดแรกเป็นการดวลกันระหว่าง ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของคู่ปรับร่วมลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่เกมนี้ “หงส์แดง“ จะเป็นฝ่ายผงาดคว้าชัยมาถ้วยด้วยสกอร์ท่วมท้นถึง 3 ประตูต่อ 0

 

“หงส์แดง” ผ่าน ปอร์โต้ ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายมาแบบสบายๆด้วยสกอร์รวม 5-0 เกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จัดแนวรุกเหมือนเดิมทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

 

ส่วนทางฝั่ง “เรือใบ” รอบที่แล้วผ่าน เอฟซี บาเซิ่ล มาด้วยประตูรวม 5-2 เกมนี้ ดร็อป ราฮีม สเตอร์ลิง ไว้บนม้านั่งสำรอง แล้วส่ง อิลคาย กุนโดกัน ลงไปเล่นแดนกลางร่วมกับ แฟร์นันดินโญ่ และดาบิด ซิลบา โดยมี เควิน เดอ บรอยน์ ปั้นเกมรุกร่วมกับ ลีรอย ซาเน่ และแกเบรียล เชซุส ที่ลงหน้าเป้าแทน เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” ที่บาดเจ็บ

 

 

เปิดฉากมาแค่ 11 นาทีแรก เจ้าถิ่น “หงส์แดง” ออกตัวนำ “เรือใบ” อย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะสวนกลับ ซาลาห์ แทงบอลให้ ฟีร์มีโน่ ยิงไปติดเซฟของ เอแดร์ซอน แม้ ไคล์ วอล์คเกอร์ จะเคลียร์แต่โดน ฟีร์มีโน่ ถึงบอลก่อนจิ้มบอลต่อให้ ซาลาห์ ที่รออยู่โล่งๆซัดเข้าไปไม่เหลือ เป็นประตูที่ 38 รวมทุกรายการของดาวยิงทีมชาติอียิปต์

 

จากนั้นนาที 20 สกอร์ไหลเป็น 2-0 แดนกลางของ ซิตี้ เอาไม่อยู่ มิลเนอร์ ถึงบอลก่อนกระแทกเข้ากลางให้ แชมเบอร์เลน ตั้งป้อมซัดด้วยขวากว่า 25 หลา บอลพุ่งเป็นจรวดหนีมือ เอแดร์ซอน เข้าไปอย่างสวยงาม

 

 

แข้งซิตี้รวนไม่เป็นท่า เล่นกันไม่เป็นโล้เป็นพาย ก่อนจะมาโดนลูกที่สาม ในนาที 31 จากความผิดพลาดของแข้งซิตี้ที่ทำเสียบอล โม ซาลาห์ หยอดมาเสาสองให้ มาเน่ ทะยานเทกตัวโขกลงพื้นหนีมือนายด่านเรือใบเข้าไป ให้ ลิเวอร์พูล นำโด่งถึง 3-0

 

ท้ายเกมเรือใบได้ลุ้นบ้าง โอตาเมนดี้ เติมขึ้นมาซัดไกลแต่บอลก็ยังไม่เข้ากรอบ จบครึ่งแรก “หงส์แดง” นำโด่งเหนือ “เรือใบสีฟ้า” 3-0

 

ครึ่งหลัง นาที 53 แฟนหงส์ใจหายทั่วแอนฟิลด์ หลัง โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงคนเก่งมีอาการเจ็บจนต้องเปลี่ยนออกจากสนาม ก่อนส่ง จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ลงมาเล่นแทน

 

 

ถัดมาแค่นาทีเดียว “เรือใบ” ที่โหมบุกหนักตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง ได้ส่องในกรอบจาก กุนโดกัน แต่บอลไปติดแนวรับเจ้าถิ่นออกหลังไป วิเคราะห์ บอล วัน นี้ สปอร์ต พลู

 

นาที 70 เจอร์เก้น คล็อปป์ ปรับแท็คติกอีกรอบส่ง โดมินิค โซลันกี้ ลงมาแทน ฟีร์มีโน่ และแค่นาทีเดียวถัดมา โซลันกี้ หวิดทำแอสซิสต์ได้หลังครอสบอลไปหน้าประตูให้ มาเน่ เข้าชาร์จแต่บอลโดน วอล์คเกอร์ วิ่งมาเบียดเคลียร์พ้นหน้ากรอบ

 

นาที 86 เฮนเดอร์สัน เข้าไปกระแทกด้านหลังใส่สเตอร์ลิง เฟลิกซ์ ไบรช์ แจกใบเหลืองทำให้ เกมหน้าที่จะไปเยือนที่เอติฮัด กัปตันหงส์แดงติดโทษแบนชวดลงสนาม

 

 

เวลาที่เหลือ แข้งแมนฯซิตี้ไม่สามารถทวงประตูคืนได้ จบการแข่งขัน ลิเวอร์พูล ไล่ถล่ม แมนฯซิตี้ 3-0 กุมความได้เปรียบก่อนเกมหน้าจะบุกไปเยือนที เอติฮัด สเตเดี้ยม วีกหน้า

 

 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

 

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ลอริส คาริอุส, เทร็นท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เดยัน ลอฟเรน, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-เชมเบอร์เลน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่

 

สำรอง : ซิมง มินโญเล่ต์, เนธาเนี่ยล ไคลน์, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, แดนนี่ อิงส์, โดมินิค โซลังกี้, คอเนอร์ มาสเตอร์สัน

 

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน, คายล์ วอลเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, อิลคาย กุนโดกัน, แฟร์นานดินโญ่, ดาบิด ซิลบา, เควิน เดอ บรอยน์, กาเบรียล เชซุส, ลีรอย ซาเน่

 

สำรอง : เคลาดิโอ บราโว่, ดานิโล่, จอห์น สโตนส์, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เฟเบียน เดลฟ์, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้

 

 

 

 

 

เรื่อง/เรียบเรียง : แมนคูเนี่ยน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *